ทุกข์เท่าที่จำเป็น
- กวีไกร ม่วงศิริ

- 1 ธ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 4 ธ.ค. 2568
เมื่อคืนผมนอนหลับไม่ดีจากอาการคันคอซึ่งเป็นอาการข้างเคียงของกล่องเสียงอักเสบที่ทำให้ผมต้องตื่นแล้วลุกขึ้นมาคายเสมหะอยู่หลายครั้ง รุ่งเช้าขณะที่ผมกำลังพยายามขับเอาเสมหะออกมา ในใจก็พลางคิดว่า “ไอ้เสลดบ้าเอ๊ย” ด้วยความหงุดหงิดว่าแกมันเป็นตัวการที่ทำให้ฉันพักผ่อนไม่เพียงพอในวันที่ต้องตื่นแต่เช้า
ทันทีที่ความคิดนั้นดังขึ้น ก็มีอีกเสียงที่เหมือนเป็นตัวแทนเสลดในคอสวนขึ้นมาว่า “แกต่างหากที่บ้า ใช้ชีวิตไม่ดีจนเป็นกล่องเสียงอักเสบเอง แล้วยังจะมาโทษฉัน”
“เออว่ะ..” ผมตอบรับกับเสียงของตัวเอง

เมื่อพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล เสลดมันก็คือกลไกของร่างกายที่ช่วยดักจับและขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย เรียกได้ว่ามันเป็นสิ่งเกื้อหนุนตัวผมมากกว่าที่จะเป็นตัวร้ายอย่างที่ผมคิดในแว้บแรก
มองแบบไม่ตัดสินบวกหรือลบว่าอะไรคือตัวช่วยอะไรคือตัวร้าย กลไกนี้มันก็เป็นเพียงการตอบสนองที่ “สืบเนื่อง” จากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ซึ่งก็คือการใช้ชีวิตของผมที่อาจจะไม่ทันระมัดระวังตัวนักจนกล่องเสียงบาดเจ็บและอักเสบ เรียกได้ว่าเมื่อเป็นมาแบบนี้ก็จะต้องเป็นไปแบบนี้แหละ
ใจที่หงุดหงิดเพราะปฏิเสธชีวิตที่มีเสลดในคอก็ค่อย ๆ สงบลงแปรเปลี่ยนเป็นยอมรับว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นตามเหตุและผลของมัน ที่คงเหลือคือความรู้สึกไม่สบายตัวที่ชีวิตไม่ได้ราบรื่นตามปกติและความคิดที่มุ่งสนใจแค่ว่าจะทำอะไรได้บ้างให้อาการไม่มารบกวนการนอนในคืนนี้ กับความเซ็ง ๆ นิดหน่อยที่ตัวเองไม่ระวังตัวจนต้องมาเจออะไรแบบนี้
ผมตระหนักมุมมองในลักษณะนี้ขึ้นมาได้จากการมีโอกาสได้พบเห็นตัวอย่างประสบการณ์ของผู้คนรอบตัวที่ทุกข์ใจจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต แล้วค่อย ๆ ได้ทบทวนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเป็นการเจาะจงเพื่อที่จะทำร้ายชีวิตของเขา แต่มันเป็นการร้อยเรียงของสถานการณ์ต่าง ๆ ต่อเนื่องจนมาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
เพื่อนหรือคู่รักที่รู้สึกน้อยใจว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจ ทั้งที่ตัวเองไม่เคยสื่อสารตรง ๆ
คนที่เครียดเพราะงานคั่งค้าง โดยไม่ทันเห็นว่าตัวเองคาดหวังจะทำทุกอย่างให้ออกมาสมบูรณ์แบบเท่านั้น
หรือคนที่เจอปัญหารอบด้าน เพราะหลีกเลี่ยงไม่ยอมจัดการมานาน
หากเรามองเฉพาะสิ่งที่ทำให้ชีวิตลำบาก เราย่อมรู้สึกไม่ดีกับมัน ตัดสินว่ามันเป็นตัวร้าย และอยากกำจัดหรือผลักไสมันออกไป แต่หากเราเห็นว่ามันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ดี ๆ ก็ผุดขึ้นมาเพื่อทำร้ายเรา มันเป็นเพียงผลที่จะต้องเกิดขึ้นจากทั้งหมดที่ร้อยเรียงกันมา ความเข้าใจนี้ก็จะช่วยให้เราต้อนรับมันให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้มากขึ้น (หรือที่นิยมพูดกันว่า “อยู่กับมัน”)

แน่นอนว่าความทุกข์จากการมีปัญหาอยู่ก็ยังคงต้องเป็นแบบนั้น แต่นั่นก็เป็นความทุกข์ที่คงจะมีหนทางคลี่คลายในแบบฉบับของมัน เช่น การสื่อสารและหาทางเยียวยาความสัมพันธ์ การหาทางกดดันตัวเองให้น้อยลง หรือการค่อย ๆ ไล่เรียงจัดการปัญหาไปทีละส่วนอย่างเหมาะสม
ต่างจากความทุกข์จากการปฏิเสธสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว (อันที่จริงคือ มันเกิดขึ้นแล้วด้วยซ้ำ) เพราะเราไม่มีหนทางทำอะไรกับมันได้เลย
การตระหนักว่าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับทุกข์บางรูปแบบ แต่เราเลือกได้ที่จะทุกข์เท่าที่จำเป็น อาจเป็นหนทางที่ช่วยให้เราอยู่กับความทุกข์ได้ดีขึ้น



