top of page
  • รูปภาพนักเขียนสมภพ แจ่มจันทร์

เราต่างเคลื่อนที่ไปพร้อมกันในจักรวาล

ความจริงคือ ในขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้ คนอีกหลายพันล้านคนบนโลกนี้คงทำกิจกรรมบางอย่างในชีวิตของพวกเขาอยู่เช่นกัน และสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับที่เราทุกคนกำลังใช้ชีวิตก็คือ โลกกำลังหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็ว 465 เมตรต่อวินาที หรือ 1,675 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


แต่ก็เป็นความจริงเช่นกันที่ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของโลก เราก็กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปพร้อมดาวเคราะห์สีครามดวงนี้ซึ่งกำลังหมุนรอบตัวเองและโคจรอยู่ในความเวิ้งว้างของอวกาศอันไพศาล ทั้งที่ความเร็วในการหมุนของโลกสูงกว่าความเร็วของเซี่ยงไฮ้แม็กเลฟรถไฟสัญชาติจีนที่เร็วที่สุดในโลกตอนนี้ถึง 3 เท่า! แต่เรากลับไม่รับรู้ว่าโลกกำลังเคลื่อนไหว


คุณแปลกใจหรือเปล่าครับว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? คุณอาจจะไม่แปลกใจ เหมือนที่ผมตอนนี้ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก เพราะเรารู้คำอธิบายที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ ผิดกับลูกชายวัยเกือบหกขวบของผมที่ยังไม่รู้ จึงถามขึ้นในวันหนึ่งขณะอ่านเรื่องระบบสุริยจักรวาล


ในสายตาของเด็กน้อย มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก แค่นั่งรถยนต์ที่แล่นด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเมือง เรายังรู้สึกว่าตัวเองกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไปพร้อมกับรถเลย แต่ทำไมโลกที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากกว่า เรากลับไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ



ในอดีตเราเคยเชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล จึงไม่แปลกที่เราไม่คิดว่าตัวเองเคลื่อนที่ไปพร้อมกับโลก อริสโตเติลเคยตั้งข้อสังเกตว่าหากโลกหมุนรอบตัวเองจริง เราควรจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ในเมื่อเราไม่ได้รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงสรุปว่าโลกต้องหยุดนิ่งและเป็นศูนย์กลางของจักรวาล


ทุกวันนี้เราเกือบทุกคนรู้กันแล้วว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล สถานที่ที่เราเรียกว่าบ้านเป็นเพียงดาวเคราะห์เล็ก ๆ ดวงหนึ่งที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกาแล็กซีทางช้างเผือก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังคงไม่รับรู้ว่าเรากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปพร้อมกับโลกอยู่ดีไม่ต่างจากบรรพบุรุษของเรา


มีหลักการทางวิทยาศาสตร์หลายประการประกอบกันที่อธิบายว่าทำไมเราถึงไม่รู้สึกว่าตัวเองเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปพร้อมกับโลก ไม่ว่าจะเป็นกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง ขนาดและความเร็วในการหมุนของโลก ไปจนถึงการปรับตัวของระบบประสาทของมนุษย์


คำอธิบายที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ เพราะทุกสิ่งรอบตัวเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเราด้วยความเร็วคงที่ เราจึงไม่รับรู้ความแตกต่างของการเคลื่อนที่ซึ่งสัมพันธ์กับการรับรู้ความเร็วของเรา


ลองนึกภาพว่าตอนนี้คุณกำลังนั่งหลับตาบนรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งด้วยความเร็วคงที่ เนื่องจากคุณไม่สามารถมองเห็นวัตถุภายนอกที่อยู่กับที่หรือเคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้าม จึงไม่มีสิ่งที่จะใช้เปรียบเทียบการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ของคุณได้ ประกอบกับร่างกายคุณก็เคลื่อนที่พร้อมกับตัวรถด้วยความเร็วคงที่ ดังนั้น คุณจึงไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงของรถเลย


คำอธิบายเรื่องนี้ทำให้ผมคิดต่อไปว่า สิ่งที่เรารับรู้ผ่านประสาทสัมผัสอาจไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอไป ต่อให้เรารู้ว่าความจริงคืออะไร การรับรู้ของเราก็อาจไม่สอดคล้องกับความจริงที่รู้อยู่ดี ด้วยข้อจำกัดของความเป็นมนุษย์ที่เราไม่มีทางหลีกเลี่ยง


เราไม่มีทางรับรู้ถึงการเคลื่อนที่ของโลกที่กำลังหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เรารู้จากคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่ามันกำลังเคลื่อนที่อยู่ และการที่เราเคลื่อนที่ไปพร้อมกับโลกคือหนึ่งในข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวของมัน


ในห้องปรึกษา หลายคนบอกว่าพวกเขาเข้าใจว่าความจริงคืออะไร และรู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถยอมรับความจริงนั้นได้ และไม่อาจลงมือทำสิ่งที่คิดว่าตัวเองควรทำ การยอมรับความจริงไม่ได้และไม่สามารถทำสิ่งที่รู้ว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้นี่เองสร้างความทุกข์มากกว่าตัวปัญหาเสียอีก


ที่จริงแล้ว ถ้าเราไม่ด่วนตัดสินตัวเองจนเกินไป มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้มาก ๆ ที่ความเข้าใจกับความรู้สึกของเราจะไม่ได้ไปด้วยกัน เราอาจรู้ว่าความจริงคืออะไร ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมรับมันได้ เรารู้ว่าเราควรทำอะไร ก็ไม่ได้หมายถึงเราจะสามารถทำมันได้จริง การพยายามทำสิ่งที่ขัดแย้งกับความจริงต่างหาก ที่ทำให้ปัญหาเลวร้ายลงกว่าเดิม


หากเรามองว่าการรับรู้หรือความรู้สึกของเราก็คือความจริงอย่างหนึ่ง เป็นความจริงภายในตัวเราที่ต่างจากความจริงของโลกภายนอก และความจริงทั้งสองแบบนี้ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกัน เมื่อเราไม่พยายามทำอะไรที่ขัดแย้งกับความจริง บางทีปัญหาหลายอย่างในชีวิตของเราคงจะลดน้อยลงกว่าเดิม


โลกกำลังหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็ว 1,675 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความจริง และการที่คุณกำลังนั่งอ่านบทความนี้มาถึงตอนนี้โดยไม่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของมันก็เป็นความจริงเช่นกัน


 

สมภพ แจ่มจันทร์
นักจิตวิทยาการปรึกษา

Comments


bottom of page