top of page
  • รูปภาพนักเขียนกวีไกร ม่วงศิริ

สิ่งที่อยู่ด้วยแล้วใช่กับสิ่งที่มองแล้วชอบ

“เมื่อมันแขวนอยู่บนตัวเรา เราจะมองไม่เห็นรูปลักษณ์มันอีกต่อไป แต่เราจะรู้สึกถึงมันแทน”

ความเห็นที่เพื่อนผมคนหนึ่งแสดงในโพสที่ผมแชร์รูปหนังสือรวมภาพกีตาร์ภาพเล่มหนาพิมพ์สีสวยงามที่ได้รับมาเป็นของขวัญปีใหม่ พร้อมการแชร์ว่า “ประสบการณ์ตอนเฝ้าฝันกับตอนครอบครอง มันเป็นคนละส่วนกัน”


ก่อนหน้าโพสนี้ ผมบรรจงดูหนังสือภาพเล่มดังกล่าว ระหว่างที่มือค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษและสายตากวาดมอง พิจารณาภาพกีตาร์ที่หลากหลายทั้งยี่ห้อ รูปทรง และสีสันด้วยความตื่นเต้นเบา ๆ ในใจ ผมก็สังเกตได้ว่าผมคุ้นเคยกับความรู้สึกประมาณนี้ มันคือความรู้สึกของหนุ่มน้อยวัย 17-18 ปี ที่เดินทางไปย่านการค้าเครื่องดนตรีแล้วตระเวนไปตามร้านต่าง ๆ เพื่อมองกีตาร์ที่แขวนโชว์อยู่หลังตู้กระจกด้วยความรู้สึกคล้าย ๆ กันนี้


จริง ๆ แล้วกีตาร์ในภาพหลายตัวที่ผมกำลังรู้สึกตื่นเต้น ผมเคยได้ถือครองใช้งานหรือไม่ก็เคยผ่านมือจากการหยิบยืมเพื่อนฝูงมาแล้วเกือบครบทุกแบบ เกือบทั้งหมดที่ผมเคยครอบครองก็ลงเอยด้วยการขายทอดออกไปทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเฝ้าฝันถึงมันอย่างยิ่งยวด วัน ๆ ไม่เป็นอันทำอะไร ไล่เปิดเวบไซต์หาข้อมูลรูปภาพ คลิปวิดีโอ บทความรีวิว และตัวอย่างเสียงที่ยิ่งเร่งเร้าความกระวนกระวายใจว่าหากได้สัมผัสจริงผมจะยิ่งฟินแค่ไหน



ข้อความแสดงความเห็นของเพื่อนผมอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแจ่มแจ้ง เมื่อกีตาร์แขวนอยู่บนตัวเรา ประสบการณ์ของเราโยกย้ายจากสายตาและจินตนาการมาสู่สัมผัสและความเป็นจริง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้นกำลังเกิดขึ้น และมันอาจให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากตอนยืนมอง อ่านบทความที่เขาว่าไว้ หรือฟังเสียงที่คนอื่นเล่นโดยสิ้นเชิง


ที่ความรู้สึกแตกต่างออกไปเพราะความสัมพันธ์อันลึกซึ้งมันมีประสบการณ์หลายอย่างมากไปกว่าการมองและจินตนาการ ความเป็นจริงกำลังขยายตัวชัดขึ้น มันมีเรื่องของความเข้ากันได้ (ขนาด รูปร่าง น้ำหนัก ฯลฯ) ยิ่งใช้เวลาร่วมกันก็ยิ่งเห็นจุดบกพร่อง ความติดขัดใจ ความคิดคาดหวังต่าง ๆ นานาที่อาจจะไม่ตรงกับกีตาร์ตัวนั้น ๆ เป็นประสบการณ์ที่เรียกร้องการเรียนรู้จักกัน การปรับตัวและปรับใจ และเมื่อถึง ณ เวลาหนึ่งก็นำไปสู่การตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อกับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับกีตาร์ตัวนี้


สุดท้ายแล้วเราเลือกอยู่กับกีตาร์ที่ใช่ มากกว่ากีตาร์ที่มองแล้วชอบ... และที่ว่าใช่ก็อาจไม่ได้สมบูรณ์ลงตัวไปเสียทั้งหมด การอยู่ร่วมกันจึงต้องอาศัยการปรับตัวและการยอมรับในธรรมชาติตามความเป็นจริงของมัน


“เปรียบเหมือนคู่ชีวิตยังไงไม่รู้” ความคิดเห็นของรุ่นน้องอีกคนที่ทิ้งข้อความไว้ใต้โพสดังกล่าว


ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับรุ่นน้องนะ


 

กวีไกร ม่วงศิริ
นักจิตวิทยาการปรึกษา

Comments


bottom of page