top of page
  • รูปภาพนักเขียนสมภพ แจ่มจันทร์

ชีวิตคือผลรวมของสิ่งที่เราเลือกพอ ๆ กับสิ่งที่เราไม่ได้เลือก

“จู่ ๆ เราก็มีชีวิตและดำเนินชีวิตไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง แต่จริงๆแล้วนั่นไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด เพราะชีวิตไม่ได้ประกอบด้วยสิ่งที่เราทำเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยสิ่งที่เราไม่ได้ทำด้วย และทุกช่วงเวลาของชีวิตเราคือ...การหักเหอย่างหนึ่ง”
- Matt Haig, The Midnight Library

ชีวิตคือผลรวมของสิ่งที่เราเลือกพอ ๆ กับสิ่งที่เราไม่ได้เลือก เมื่อพิจารณาการเลือกทั้งหมดในชีวิตที่ผ่านมา เราอาจพบว่าชีวิตที่ ‘เป็นไปได้’ ของเรานั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ชีวิต ‘จริง’ ของเรานั้นมีเพียงชีวิตเดียว


มันง่ายที่จะจินตนาการถึงชีวิตที่ต่างออกไป ชีวิตที่เรามีความสุขกว่านี้ ชีวิตที่เราประสบความสำเร็จกว่านี้ ชีวิตที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกว่านี้ พูดรวม ๆ ก็คือ ชีวิตที่สิ่งต่าง ๆ เป็นดั่งใจเรามากกว่านี้ หากเราเลือกทางเดินที่ต่างไปจากที่เราเคยเลือก


ในชีวิตแต่ละวัน เราพบเจอทางเลือกมากมายให้ต้องตัดสินใจ การเลือกและการไม่เลือกนั้นเกิดขึ้นพร้อมกัน เพราะการเลือกทำสิ่งหนึ่งเท่ากับการเลือกไม่ทำอะไรอีกหลายสิ่ง และการไม่เลือกอะไรเลยก็ถือเป็นการเลือกแบบหนึ่ง


สิ่งที่เราเลือกทำในวันนี้อาจทำให้เราต้องเจ็บปวดในอนาคต และสิ่งที่เราเลือกไม่ทำในวันนี้ก็อาจทำให้เราเสียดายไปตลอดชีวิตที่เหลือ


ปัญหาคือ เราไม่มีทางแน่ใจได้เลยว่าแต่ละทางเลือกจะนำไปสู่ผลลัพธ์แบบใด กระทั่งในบางครั้ง การจะตระหนักว่าตนเองมีทางเลือกก็ยังเป็นเรื่องยาก


 


ผู้มาปรึกษาหลายคนอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต ด้วยความเชื่อว่าชีวิตในวันนี้จะดีกว่านี้และพวกเขาคงมีความสุขกว่านี้ถ้าเลือกทางเดินที่ต่างออกไป


ถ้าฉันเลือกคู่ครองคนอื่นที่ไม่ใช่คนนี้ ถ้าฉันเลือกเรียนสิ่งที่ตัวเองชอบโดยไม่ฟังพ่อแม่ ถ้าฉันเลือกอดทนทำงานนั้นต่อไปโดยไม่รีบลาออก ถ้าฉันเลือกใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ในวันสุดท้าย ถ้าฉันเลือกฟังสิ่งที่ลูกพยายามบอกในวันนั้น ฯลฯ


เมื่อมองย้อนกลับไปยังชีวิตที่ผ่านมา เราจะพบคำว่า ‘ถ้า’ มากมาย แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้เราเลือกทำตาม ‘ถ้า’ ที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่จินตนาการได้ เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ในชีวิตของเราแตกต่างไปจากเดิม เราก็ไม่มีทางแน่ใจได้เลยว่า เราจะ ‘พอใจ’ ในชีวิตของเราและมีความสุขกับชีวิตที่เราเลือกได้จริง ๆ อย่างที่เราเชื่อ


เช่นเดียวกับนอรา ซีด (Nora Seed) ตัวละครในนิยายเรื่องมหัศจรรย์ห้องสมุดเที่ยงคืน (The Midnight Library) เธอได้พบชีวิตที่ ‘เป็นไปได้’ มากมายนับไม่ถ้วนในห้องสมุดเที่ยงคืน


ชีวิตที่เธอได้อยู่เคียงข้างคนที่รัก ชีวิตที่เธอได้ทำงานที่ใฝ่ฝันในวัยเด็ก ชีวิตที่เธอได้ทำสิ่งที่รัก ชีวิตที่เธอมีชื่อเสียงและเงินทอง ชีวิตที่พ่อแม่ของเธอไม่ได้ด่วนจากไป ฯลฯ


การได้มีชีวิตที่ต่างออกไปน่าจะทำให้เธอมีความสุขกว่าชีวิตเดิมที่เธอรู้สึกว่าไม่มีอะไรดีและไม่ควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่


แต่กลับกลายเป็นว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น


 

เรามักมองดูอดีตด้วยสายตาของผู้รอบรู้ที่เดินทางมาจากอนาคต เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนั้นดูชัดเจนเสมอ


แต่ตัวเราในวันนี้ไม่สามารถมองเห็นชีวิตในอนาคตซึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินใจมากมายของเราได้


มันจึงไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งที่เราจะเอามุมมองจากอนาคตมาตัดสินการตัดสินใจของตนเองในอดีต โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่อการเลือกของเราในตอนนั้น


ชีวิตคือผลรวมของการเลือกมากมาย หากเลือกได้ เราคงอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในทุก ๆ ครั้งของการตัดสินใจ เพื่อให้ผลรวมของการเลือกมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้แก่เรา


แต่ในความจริงนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดไม่เคยมีอยู่จริงตอนที่เราตัดสินใจ ทว่ามันจะปรากฎชัดเจนในยามที่เรามองย้อนกลับจากการได้เห็นผลลัพธ์ของมันแล้วเท่านั้น


ชีวิตที่ ‘ดีที่สุด’ จึงเป็นชีวิตที่ไม่มีอยู่จริง เพราะชีวิตที่เป็นไปได้จริงคือชีวิตที่ ‘ดีพอ’ ซึ่ง ‘พอดี’ กับตัวเรา และให้เรา ‘พอใจ’ ที่จะมีชีวิตแบบนี้และมีความสุขกับมัน


คุณไม่จำเป็นต้องตามหาห้องสมุดเที่ยงคืนเพื่อทดลองใช้ชีวิตที่ต่างออกไปโดยหวังจะได้เจอชีวิตที่ดีที่สุด


เส้นทางของการตามหาชีวิตที่ ‘ดีพอ’ อาจเป็นเส้นทางที่เรียบง่ายและเป็นไปได้จริงมากกว่า และบางทีหากคุณสามารถวางอุดมคติทั้งหลายลง คุณก็อาจค้นพบว่ามันอยู่ตรงนี้แล้ว


 

สมภพ แจ่มจันทร์
นักจิตวิทยาการปรึกษา

Comments


bottom of page