top of page
  • โสรีช์ โพธิแก้ว

เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว

วันก่อนค้นลิ้นชักโต๊ะที่นั่งทำงานที่บ้านมาหลายปี ในลิ้นชักมีข้าวของกระจุกกระจิกเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายที่เก็บไว้ และไม่ได้นำออกมาใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านไป ในลิ้นชักพบจดหมายเก่าที่ผู้คนเขียนส่งมาให้ด้วยความระลึกถึง มีไฟฉายเก่า ๆ ที่หมดสภาพการใช้งานแต่ก็อยู่ในลิ้นชักมาเป็นสิบ ๆ ปี ในลิ้นชักมีแสตมป์ที่ไม่ได้ใช้ มีนามบัตร มีปากกาหลายด้าม และดินสออีกหลายแท่ง ตลอดจนเงินเก่า ๆ สอดแทรกอยู่ในลิ้นชักแห่งประวัติศาสตร์นั้น


รูปถ่ายใบหนึ่งสอดแทรกอยู่กับกระดาษและจดหมาย ในภาพประกอบไปด้วยภาพผู้เป็นพ่อซี่งกำลังอาบน้ำลูกเล็ก ๆ อยู่ 3 คน ผู้เป็นพ่อนุ่งแต่กางเกงในและลูก ๆ ตัวเล็กขนาดสัก 5 ขวบ 3 ขวบ และ 2 ขวบ ไม่นุ่งผ้าให้พ่ออาบน้ำอยู่ เมื่อเห็นภาพ ใจก็รู้สึกวูบไหวเพราะว่าภาพนี้น่าจะมีอายุกว่า 20 ปีแล้ว เด็ก ๆ ในรูปทุกคนล้วนเติบโตเป็นหนุ่มสาว เรียนจบปริญญาโทและมีการงานทำกันทุกคน ส่วนผู้เป็นพ่อในรูปขณะนี้อายุก็เข้าเลข 6 แล้ว ตอนนั้นพ่อยังดูหนุ่มแน่นมีกำลังวังชามากพอที่จะปล้ำให้ลูกอาบน้ำพร้อม ๆ กัน 3 คนในห้องอาบน้ำ ในบ้านหลังเก่าซึ่งตอนนี้ได้ขายเปลี่ยนมือให้ผู้อื่นได้เป็นเจ้าของไปแล้ว


ความคิดคำนึงบางประการเกิดขึ้น คำนึงในใจ ชีวิตก็เป็นเช่นนี้เอง แทรกเร้นไว้ด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง แม้การเปลี่ยนแปลงจะดูเกิดขึ้นอย่างเล็กน้อยจนแทบจะสังเกตไม่เห็น แต่การเห็นรูปภาพที่ผู้เป็นแม่ได้บันทึกภาพชีวิตของครอบครัวในวันหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้ ทำให้ชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยาวนานมาก



ที่เป็นจริงของชีวิตก็คือ ความเปลี่ยนแปลงซึ่งแทรกเร้นอยู่ในทุก ๆ อณูของการมีชีวิต จริง ๆ แล้วมันแทรกอยู่ในลมหายใจ แทรกอยู่ในการมอง แทรกอยู่ใน การกิน แทรกอยู่ในการเดิน แทรกอยู่ในการนอน ในการกระทำ ในการเดินทาง ในการอ่าน ในการเขียน ในการพิมพ์คอมพิวเตอร์ ในการพูดคุย ในทุก ๆ อย่างของเราเสมอ แต่แปลกที่ว่า เราคงอยู่กับมันอย่างใกล้ชิดกันเกินไปกระมัง ทำให้เรามองไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงปรากฏตัวให้เราเห็นอย่างโทนโท่ เช่น ความเสื่อมสลายไปของดอกไม้ในแจกัน ของผลไม้ที่วางไว้บนหลังตู้เย็น ที่เน่าเสียไปในชั่วข้ามคืน หรือในความเก่าแห่งเสื้อผ้าอาภรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ และบ่อยครั้งที่ความเปลี่ยนแปลงปรากฏอยู่ในความพลัดพรากจากบุคคลและข้าวของอันเป็นที่รักยิ่งของเราเสมอ


ความเปลี่ยนแปลงมีพลังยิ่งใหญ่ในตัวของมันเหลือเกินที่ไม่มีผู้ใดสามารถจะต่อต้านได้ เปรียบได้เหมือนกับกระแสลมที่เมื่อพัดผ่านอย่างแผ่วเบา เราแทบจะไม่รู้สึกตัว แต่นั่นเป็นการเคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่ของพลังแห่งธรรมชาติที่ไม่มีผู้ใดสามารถจะต่อต้านคัดค้านได้เลย การเปลี่ยนแปลงของกลางวันและกลางคืนก็เป็นตัวอย่างที่สำคัญยิ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏให้เราเห็นอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่คนส่วนใหญ่ก็เพิกเฉย ไม่ได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้และไม่นำสำนึกอันเกิดจากการเห็นความเปลี่ยนแปลงมาใช้เพื่อเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตเลย


ข้าพเจ้ามองรูปภาพอย่างมีความปิติล้ำลึก ดีใจเหลือเกินที่ได้ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายใบนี้ที่แสดงถึงสัมพันธภาพระหว่างพ่อลูกในการอาบน้ำให้ลูกในวันนั้นและมีแม่เป็นผู้บันทึกภาพนั้น เพราะวันนี้การที่จะจับลูก ๆ มาอาบน้ำในสภาพเช่นเดียวกับที่เกิดภายในภาพไม่มีทางเป็นไปได้เลย คนที่ปรากฏอยู่ในภาพล้วนเติบโตเป็นผู้ใหญ่และสูงวัยขึ้นตามลำดับ การจะกลับไปอาบน้ำรวมกันในสภาพเช่นนั้นเป็นภาพที่ไม่น่าชื่นชมอย่างแน่นอน


บางทีประสบการณ์ในชีวิตของเรามีได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา ไม่อนุญาตให้เราสามารถจะมีประสบการณ์ซ้ำเป็นครั้งที่สองได้ ดังนั้นเมื่อเราพบหรือประสบสิ่งใดเราพึงตระหนักว่า เรามีโอกาสจะได้ดื่มด่ำอย่างที่มันปรากฏได้เพียงครั้งเดียว


ความเข้าใจเช่นนี้จะได้ช่วยให้เรารู้จักดื่มด่ำยินดีกับสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเราได้อย่างเต็มอิ่มไม่ขัดขืนไม่ต่อต้านไม่เพิกเฉย เพราะว่าโอกาสอันงดงามเช่นนี้มีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น


 

รศ.ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว
นายกสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย

ที่มา: หนังสือ "กระแสธารแห่งชีวิต" อนุญาตให้เผยแพร่โดยผู้เขียน

Comments


bottom of page