top of page
  • รูปภาพนักเขียนสมภพ แจ่มจันทร์

การรักตัวเองคือการหาสมดุล

“ฉันควรจะรักตัวเองให้มากกว่านี้”


ผู้มาปรึกษาหลายคนเคยพูดกับผมด้วยประโยคนี้และประโยคที่คล้ายกันนี้ พวกเขามองว่าต้นตอที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ในตอนนี้มาจากการที่พวกเขาไม่รักตัวเอง


ทุกวันนี้ผมได้ยินคนพูดถึง “การรักตัวเอง” หรือ self-love กันมาก ทั้งในโลกออนไลน์และในห้องปรึกษา คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าปัญหาสุขภาพจิตของคนเรามีที่มาจากการที่เราไม่รักตัวเอง หรือรักตัวเองไม่เป็น เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้มาก ๆ


มุมมองนี้ตรงกับงานวิจัยจำนวนมากที่เสนอว่าการรักตัวเองช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีและช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ยังไม่นับบทความสุขภาพจิตนับไม่ถ้วนที่นำเสนอแนวทางการรักตัวเองแบบต่าง ๆ ให้เราได้ลองทำตาม


แต่ก็เช่นเดียวกับความรัก ความหมายของการรักตัวเองคืออะไรนั้นยังดูมีความคลุมเครือ นิยามของมันดูเหมือนจะต่างกันไปในแต่ละบุคคล รวมถึงแนวทางที่ใช้ได้ผลสำหรับแต่ละคนก็ย่อมต่างกันด้วย



ผมคิดว่าคงไม่มีประโยชน์ที่เราจะค้นหานิยามการรักตัวเองที่ถูกต้องที่สุดและแนวทางการรักตัวเองที่เป็นมาตรฐานสำหรับทุกคน แต่หากเราซื่อตรงกับตัวเองมากพอ ผมเชื่อว่าเราจะพิจารณาได้ว่านิยามและแนวทางการรักตัวเองแบบใดจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราอย่างแท้จริง


ถึงอย่างนั้น ผมก็อยากนำเสนอนิยามหนึ่งของการรักตัวเอง ที่ผมคิดว่าเหมาะกับการเป็นจุดเริ่มต้นในการพิจารณาเรื่องนี้


ในภาษากรีกโบราณ คำที่ใกล้เคียงกับการรักตัวเองที่เราใช้ทุกวันนี้คือ Philautia นิยามของการรักตัวเองแบบกรีกเสนอว่า การรักตัวเอง หมายถึง การเคารพตนเองและการตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการใส่ใจตัวเองกับการคำนึงถึงผู้อื่น


การเคารพตนเองและการตระหนักถึงคุณค่าของตนเองน่าจะเป็นสิ่งที่เราเห็นตรงกันว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของการรักตัวเอง แต่ผมคิดว่าคำที่สำคัญในนิยามนี้ คือคำว่า “สมดุล” การรักตัวเองไม่ได้หมายถึงการใส่ใจตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการคำนึงถึงคนรอบข้างด้วย ความสมดุลของสองด้านนี้ทำให้เราไม่ดูถูกตัวเองหรือหลงตัวเองจนเกินไป


เมื่อมองจากมุมนี้ ผมคิดว่าปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่รักตัวเอง แต่มาจากความไม่สมดุลของการดูแลตัวเองกับการเอาใจใส่ผู้อื่น การสนใจแต่ตัวเองเพียงอย่างเดียวจะทำให้เรากลายเป็นคนเย่อหยิ่งและหลงตัวเองได้ง่าย ในขณะที่การเอาใจใส่ผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกและความต้องการของตัวเองเลย ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีผลเสียอย่างไร


สิ่งที่ท้าทายคือ ต่อให้เราเชื่อว่าการรักตัวเองคือการหาสมดุลระหว่างการใส่ใจตัวเองกับการคำนึงถึงผู้อื่น แต่การพบสมดุลที่ว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำง่าย ๆ ในเมื่อตัวเรากับผู้อื่นนั้นแตกต่างกันทั้งในด้านความคิด ความรู้สึก และความต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งเหล่านี้ยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด การรักตัวเองจึงหมายถึงการที่เราต้องปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น


การจะทำเช่นนี้ได้คงต้องเริ่มต้นจากการรู้เท่าทันตัวเองให้มาก ๆ ว่าเรากำลังให้ความสำคัญกับด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปหรือน้อยเกินไปหรือเปล่า ซึ่งมีเพียงตัวเราเท่านั้นที่จะตอบได้


 

สมภพ แจ่มจันทร์
นักจิตวิทยาการปรึกษา

Kommentare


bottom of page